ประกันสังคมมาตรา 33 ร้านบริการ: ขึ้นทะเบียนลูกจ้างอย่างไร

เจ้าของร้านบริการกำลังลงทะเบียนพนักงานเข้าระบบประกันสังคมบนแล็ปท็อป

ร้านสปา นวด เล็บ ผม ที่เริ่มมีลูกจ้างมักพลาดตรงเดียวกันคือไม่แน่ใจว่าประกันสังคมมาตรา 33 ครอบคลุมพนักงานแบบไหน ทั้งพนักงานประจำ พาร์ตไทม์ และช่างที่แบ่งเปอร์เซ็นต์ เกณฑ์ที่ใช้ตัดสินคือลักษณะการจ้างจริง ไม่ใช่ชื่อที่เรียกหรือวิธีจ่ายเงิน ถ้าร้านกำหนดเวลาทำงานและควบคุมวิธีทำงาน คนนั้นมีแนวโน้มเป็นลูกจ้างที่ต้องขึ้นทะเบียน

ใครต้องขึ้นทะเบียนมาตรา 33

นายจ้างที่มีลูกจ้างต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคม และนำลูกจ้างขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ครอบคลุมร้านบริการทุกประเภทที่มีการจ้างงาน

หักเงินสมทบเท่าไหร่

แผนภาพแสดงนายจ้างและลูกจ้างจ่ายเงินสมทบประกันสังคมฝ่ายละเท่ากันจากค่าจ้าง พร้อมเพดานค่าจ้าง

เงินสมทบประกันสังคมมาตรา 33 คิดเป็นสัดส่วนของค่าจ้าง โดยนายจ้างและลูกจ้างจ่ายฝ่ายละเท่ากัน และมีเพดานค่าจ้างที่ใช้คำนวณ

ลูกจ้างได้สิทธิอะไรบ้าง

  • เจ็บป่วยหรือประสบอันตราย
  • คลอดบุตรและสงเคราะห์บุตร
  • ทุพพลภาพและเสียชีวิต
  • ว่างงานและชราภาพ (บำเหน็จ/บำนาญ)

ขั้นตอนขึ้นทะเบียน

อินโฟกราฟิกสรุปสิทธิประโยชน์ประกันสังคมมาตรา 33 สำหรับลูกจ้างร้านบริการ เหมาะสำหรับแชร์

  1. ขึ้นทะเบียนนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคม
  2. ขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน ม.33
  3. หักเงินสมทบลูกจ้างและสมทบส่วนนายจ้างทุกเดือน
  4. นำส่งเงินสมทบภายในกำหนดของแต่ละเดือน
  5. แจ้งเข้า-ออกเมื่อมีลูกจ้างเปลี่ยนแปลง
ทิป: ยื่นและนำส่งผ่านระบบ e-Service ของประกันสังคมได้ ลดการเดินทางและกันลืมกำหนด

ตัวอย่างสถานการณ์: ช่างพาร์ตไทม์ที่เข้าเวรทุกสัปดาห์

สมมติว่าร้านเล็บจ้างช่างคนหนึ่งมาช่วยเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ ตกลงจ่ายเป็นรายวันและเรียกกันว่าพาร์ตไทม์ ร้านกำหนดเวลาเข้าออกและให้ใช้อุปกรณ์ของร้าน (ตัวอย่างสมมติเพื่อแสดงวิธีดูลักษณะการจ้าง)

แม้จะเรียกว่าพาร์ตไทม์ แต่เมื่อร้านกำหนดเวลาและควบคุมวิธีทำงาน ลักษณะนี้เข้าข่ายลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน ซึ่งทำให้ร้านมีหน้าที่ขึ้นทะเบียนและนำส่งเงินสมทบด้วย ไม่ได้ยกเว้นเพราะทำงานไม่เต็มสัปดาห์

ผลของการเข้าใจผิดตรงนี้คือเงินสมทบย้อนหลังและเบี้ยปรับ ซึ่งมักมาพร้อมกันตอนมีเรื่องร้องเรียนหรือมีการตรวจ การตัดสินสถานะให้ถูกตั้งแต่วันแรกจึงถูกกว่าการแก้ย้อนหลังมาก

ข้อผิดพลาดเรื่องประกันสังคมมาตรา 33 ที่ร้านบริการเจอบ่อย

  • คิดว่าพาร์ตไทม์ไม่ต้องขึ้นทะเบียน — เพราะดูจากจำนวนวันทำงาน ที่จริงดูจากลักษณะการจ้าง ถ้าเข้าข่ายลูกจ้างก็ต้องขึ้นทะเบียนแม้ทำไม่เต็มสัปดาห์
  • เรียกช่างว่าผู้รับจ้างอิสระแต่คุมเวลาเข้าออก — ทำให้สถานะจริงเป็นลูกจ้าง การตั้งชื่อสัญญาไม่ได้เปลี่ยนลักษณะการจ้าง ให้ทบทวนว่าใครกำหนดเวลาและวิธีทำงาน
  • หักเงินลูกจ้างแล้วนำส่งช้า — เกิดจากไม่มีวันที่แน่นอนในรอบเดือน ให้กำหนดวันนำส่งไว้ล่วงหน้าและมีคนสำรองรับผิดชอบ
  • ไม่แจ้งเข้าออกเมื่อพนักงานเปลี่ยน — ทำให้ข้อมูลไม่ตรงและเกิดปัญหาเวลาลูกจ้างใช้สิทธิ ควรทำเรื่องแจ้งทันทีที่มีคนเข้าหรือออก
  • ไม่บอกลูกจ้างว่าได้สิทธิอะไร — ทำให้พนักงานมองว่าเป็นแค่เงินที่ถูกหัก การอธิบายสิทธิที่ได้ช่วยลดความเข้าใจผิดและช่วยรักษาคนไว้กับร้าน

ใครในร้านเข้าข่ายลูกจ้าง ดูจากอะไร

คนที่ทำงานในร้าน สถานะที่มักเป็น และสิ่งที่ร้านต้องทำ
พนักงานประจำ รับเงินเดือน ลูกจ้างชัดเจน ขึ้นทะเบียน ม.33 และนำส่งเงินสมทบทุกเดือน
พาร์ตไทม์ที่เข้าเวรตามตารางของร้าน เข้าข่ายลูกจ้าง เพราะร้านกำหนดเวลาและวิธีทำงาน ต้องขึ้นทะเบียนเช่นกัน
ช่างแบ่งเปอร์เซ็นต์ที่ร้านจัดคิวและกำหนดเวลาให้ เข้าข่ายลูกจ้าง แม้จ่ายเป็นส่วนแบ่ง ต้องขึ้นทะเบียนและหักเงินสมทบ
ช่างอิสระที่รับงานหลายร้าน กำหนดเวลาเอง มักเป็นผู้รับจ้างอิสระ ร้านหักภาษี ณ ที่จ่ายและออกหนังสือรับรอง ไม่ใช่ ม.33
เจ้าของร้านที่ลงมือทำงานเอง ไม่ใช่ลูกจ้างของตัวเอง ถ้าต้องการความคุ้มครองให้ดูทางผู้ประกันตนประเภทอื่น

สรุป

ร้านบริการที่มีลูกจ้างต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างและนำลูกจ้างเข้า ม.33 หักและนำส่งเงินสมทบทุกเดือนให้ตรงเวลา นอกจากทำถูกกฎหมายแล้ว ยังเป็นสวัสดิการที่ช่วยรักษาพนักงานให้อยู่กับร้านนานขึ้น

อยากให้ร้านคิดเงินเดือน หักประกันสังคม และดูช่วงเวลาทำงานของพนักงานไว้ที่เดียว?

ทดลองใช้ Ease POS

คำถามที่พบบ่อย

มีลูกจ้างกี่คนถึงต้องขึ้นทะเบียน?
ตั้งแต่มีลูกจ้าง 1 คนขึ้นไป นายจ้างมีหน้าที่ขึ้นทะเบียน

พนักงานพาร์ตไทม์ต้องเข้าประกันสังคมไหม?
ถ้าเข้าลักษณะลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน ต้องขึ้นทะเบียน ควรตรวจลักษณะการจ้างเป็นรายกรณี

งานประจำเดือนที่ร้านต้องไม่พลาด

  1. ทบทวนสถานะของทุกคนที่ทำงานในร้านว่าเข้าข่ายลูกจ้างหรือไม่
  2. ขึ้นทะเบียนนายจ้างและนำลูกจ้างเข้าเป็นผู้ประกันตนให้ครบ
  3. กำหนดวันหักและวันนำส่งเงินสมทบไว้ในรอบเดือน พร้อมผู้รับผิดชอบและคนสำรอง
  4. แจ้งเข้าออกทุกครั้งที่มีพนักงานเปลี่ยน ไม่รอรวมทำทีเดียวปลายเดือน
  5. อธิบายสิทธิที่ลูกจ้างได้รับให้ทีมทราบ อย่างน้อยตอนรับเข้าทำงาน

ร้านที่มีลูกจ้างคนเดียวต้องเข้าประกันสังคมมาตรา 33 ไหม
ต้อง หน้าที่ขึ้นทะเบียนเกิดตั้งแต่มีลูกจ้าง ไม่ได้รอให้มีหลายคน

ลูกจ้างมีประกันสังคมจากงานอื่นอยู่แล้ว ร้านยังต้องนำส่งไหม
ยังมีหน้าที่ในฐานะนายจ้าง ควรตรวจกับสำนักงานประกันสังคมเรื่องการเป็นผู้ประกันตนหลายทางเพื่อทำให้ถูกต้อง

ช่างที่รับงานหลายร้านและกำหนดเวลาเอง ต้องขึ้นทะเบียนไหม
ถ้าเป็นผู้รับจ้างอิสระจริง กำหนดเวลาและวิธีทำงานเอง มักไม่เข้าข่ายลูกจ้าง แต่ควรทบทวนเป็นรายกรณีเพราะดูที่ข้อเท็จจริง ไม่ใช่ชื่อสัญญา

สรุปสั้นเรื่องประกันสังคมมาตรา 33

  • หน้าที่ขึ้นทะเบียนเกิดตั้งแต่มีลูกจ้างคนแรก ไม่ได้รอให้มีหลายคน
  • ประกันสังคมมาตรา 33 ดูลักษณะการจ้างจริง ไม่ได้ดูว่าเรียกว่าพาร์ตไทม์หรือช่างแบ่งเปอร์เซ็นต์
  • งานที่พลาดบ่อยคือนำส่งช้าและไม่แจ้งเข้าออก ให้กำหนดวันไว้ในรอบเดือนและมีคนสำรอง
  • อธิบายสิทธิที่ลูกจ้างได้รับให้ทีมทราบ ช่วยลดความเข้าใจผิดเรื่องเงินที่ถูกหัก

แหล่งอ้างอิง: สำนักงานประกันสังคม (สปส.) · พ.ร.บ.ประกันสังคม

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save